หลังจากไปเที่ยวภูเขาไข่ดำแล้ว วันต่อมาผมก็เข้าโตเกียวครับ เออ ลืมบอกไป ตอนกลับจากภูเขาไข่ดำ รถก็มาส่งที่สถานีรถไฟครับ ให้นั่งรถไฟชื่อ Romance Car (ไม่รู้ว่าบรรยากาศโรมานซ์ขนาดไหน) ไปลงที่ชินจูกุ จะได้เปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งรถบัสมั่ง ^^"
รถไฟที่ว่านี้ก็เป็นแบบที่ ที่นั่งของเราจะกำหนดไว้ในบัตรครับ ต้องไปนั่งตามหมายเลขเก้าอี้ที่เขียนไว้ในบัตร ทีนี้จะมีบางคนที่ไม่ได้นั่งติดกัน (มาจองช้าไปหน่อย ^^) ผมได้ไปนั่งถัดจากแม่ผม 2 แถว (แถวนึงมีเก้าอี้ 4 ตัวครับ แบ่งเป็น 2 ฝั่ง ตรงกลางเป็นทางเดิน) ที่นั่งข้างๆ ผมยังไม่มีใครมานั่ง
พอรถไฟใกล้ออก ก็มีลุงคนนึงมานั่งข้างๆ ผม (ที่นั่งลุงอยู่ด้านติดหน้าต่าง) ผมแน่ใจว่าลุงคนนี้เป็นสาเหตุให้ผมเป็นหวัดเช้าวันที่ไปดิสนีย์แลนด์ เพราะตอนอยู่บนรถไฟแกไอๆ จามๆ ตลอด แถมมีครั้งนึงที่แกจะหยิบอะไรสักอย่างในกระเป๋าเสื้อนอก (เสื้อนอกอยู่บนช่องเก็บของด้านบน) ตอนหยิบลงมาเสื้อมันก็ตกใส่หัวผม แกก็รีบมาหยิบไปพร้องกับโค้งๆ ขอโทษยกใหญ่ ตอนขอโทษนี่แหละที่แกเล่นจามใส่หัวผมไปหลายที (รึว่าแกตั้งใจก็ไม่รู้ ^^)
แต่ยอมรับนะว่าบรรยากาศดีจริงๆ วิวข้างนอกก็สวย พอรถวิ่งผ่านเมืองต่างๆ ก็จะเห็นบ้าน เห็นไร่ชา เห็นภูเขา ในรถก็มีให้สั่งอาหารได้ด้วย เห็นพนักงานเอาเชอร์เบทส้มมาเสิร์ฟให้ผู้หญิงฝั่งตรงข้าม หน้าตาน่ารักทั้งเชอร์เบททั้งคนสั่งเลย >"< มันหน้าตาเหมือนหวานเย็นส้ม ทำเป็นรูปคล้ายๆ มิกกี้เมาส์ (มั้ง เห็นไม่ชัดอ่ะ) แอบได้ยินพนักงานบอกว่า 600 เยน (จะแพงไปถึงไหนนนนน)
ผมนั่งรถไฟอยู่ประมาณ 2 ชม. แล้วก็ลงที่ชินจูกุเพื่อไปชอปปิ้ง เห็นตึก OIOI (แต่เขาอ่านว่า MaruiOne ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม) พอดีมีลงโฆษณาในหนังสือ KERA เลยเดินขึ้นไปดู เขาบอกให้ดูชั้น 5-8
พอขึ้นไปปรากฎว่าเป็นชั้นของ Gothic Lolita ทั้ง 4 ชั้นเลย กร๊าก~ความฝันเป็นจริงแล้ววววววว
ผมเดินอยู่ในนั้นอีกพักใหญ่ๆ ของราคา 3000 up ทั้งนั้น (ความจริง 3000 ก็ไม่มาก แต่ 3000 นี่ได้แค่ที่คาดหัวนะ) พนักงานก็น่ารักโคตรๆ พอเดินเข้าไปก็สวัสดี แล้วก็ปล่อยให้เดินดูตามสบาย (ผมไม่ชอบพวกเดินตามลูกค้าน่ะ) เลยเดินเข้ามันทุกร้านเลย (แต่ไม่ซื้อ << ตรูไม่มีเงินนนน)
ถัดจาก OIOI ก็เป็นร้านคิโนะ ใหญ่กว่าคิโนะเมืองไทยเยอะเลย มีหลายชั้นด้วย ผมเลยไปซื้อ Gothic & Lolita Bible มา 4 เล่ม (ซื้อเล่ม 20 มาด้วย ไว้เขียนเรื่องเที่ยวเสร็จจะสแกนมาให้ครับ) แค่ค่าหนังสือก็หมดไป 5000 กว่าๆ (เยนนะครับ ไม่ใช่บาท = =') แบบนี้พอถึงวันกลับจะเหลือเงินเรอะ
วัดอาซากุสะ พอดีวันที่ผมไปมันเจอพิธีแต่งงาน แล้วก็ขบวนแห่ศาลเจ้าด้วย

ภาพเบื้องหลัง (หลังจริงๆ)

เบื้องหน้า ^^"

ในวัด โคมไฟแดงๆ นั่นเป็นสัญลักษณ์ของวัดนี้ครับ มีอยู่เกือบทุกที่ในวัดเลย บางอันก็ใหญ่มาก

ซุ้มของสมาคมเพื่อสันติภาพ มีคุณป้าคนนึงมาสอนพับนก (ความจริงพับเป็น แต่ไปนั่งให้เขาสอนก็สนุกดี)
พอพับเสร็จคุณป้าก็บอกว่าให้เอากลับบ้านได้ มันจะนำความสุขมาให้ ผมดีใจมาก ทั้งๆ ที่มันเป็นคำพูดธรรมดา แต่ผมรู้สึกว่า เขาอยากให้ผมมีความสุขจริงๆ ไม่ใช่พูดไปเฉยๆ ตอนก่อนมาที่วัด มันเกิดเรื่องที่ทำให้ผมเสียใจมาก แต่พอได้ยินคุณป้าพูดก็ยิ้มออกเลย ตอนนี้ผมก็ยังเก็บนกตัวนั้นไว้อยู่ ว่าจะแปะไว้หน้าคอมฯ

ขบวนแห่ศาลเจ้า

น้องคนนี้น่ารักมาก อยู่ในขบวนด้วย



สีทองๆ ที่แบกอยู่คือศาลเจ้าครับ คนที่แบกจะต้องเดินไปเต้นไปด้วย ต้องเปลี่ยนคนแบกทุกๆ 2-3 เมตร เพราะศาลเจ้าหนักมาก แล้วก็จะแห่ไปรอบๆ เขตแถวๆ นั้นเลย

ถึงดิสนีย์แลนด์แล้วครับ พอเข้ามาก็เห็นรถไฟมิกกี้เป็นอย่างแรกเลย
คราวนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเลย เพราะกลัวไม่ได้เล่น เลยกะจะไปเล่นก่อนแล้วค่อยถ่ายรูป ปรากฎว่าช่วงบ่ายฝนตกครับ ถ่ายรูปไม่ได้ รูปเลยน้อยไปหน่อย แต่ได้เล่น 4 อย่าง (ภูมิใจๆ)
ที่นี่คิวยาวพอๆ กับยูนิเวอร์แซลเลย แต่ไม่มีบัตรพิเศษแบบที่นั่นนะครับ
วิธีที่จะได้เข้าไปเล่นเร็วๆ ก็คือเอาบัตรเราไปตอกที่ตู้ตรงหน้าเครื่องเล่น มันจะมีป้ายบอกเวลาอยู่หน้าตู้ เช่น 17.00 ก็แปลว่า ถ้าตอกบัตรตอนนี้จะได้เล่นตอน 17.00 แต่ระหว่างนั้นจะไปเล่นที่อื่นก่อนก็ได้ พอถึงเวลาก็เอา Fastpass มาแล้วก็เข้าเล่นได้เลย วิธีนี้ก็ทำได้แค่ ไม่ต้องรอต่อแถว ไม่ได้เข้าเร็วขึ้นหรอก

เรือที่เห็นจากที่นั่งกินข้าวกลางวัน (เหมือนฟาสต์ฟู้ดทั่วไป แต่มันฝรั่งทอดแบบไม่ปอกเปลือกนี่อร่อยมาก)

>>พาเหรดมิกกี้เมาส์<<

>>ช้าง รู้สึกจะชื่อ Dumbo หรืออะไรเนี่ยแหละ<<

>>Pinocchio<<

>>Peter Pan -- ชอบเรื่องนี้อ่ะ <<

>>Daisy Duck<<


บ้านผีสิง ถ่ายระหว่างรอคิว (พาเหรดก็ถ่ายตอนมันเดินผ่านหน้าบ้านเหมือนกัน)

ปราสาทดิสนีย์
ปราสาทนี่เป็นอะไรที่รอนานมากกกกก กว่าจะได้เข้า คิวยาวยิ่งกว่ายูนิเวอร์แซลอีก (ย้อนกลับไปดูรูปต่อคิวนะ อันนั้นชิดซ้ายไปเลย) เพราะบอกว่า วันนี้จะโชว์รอบสุดท้าย ต่อไปจะไม่มีแล้ว เลยไปต่อแถว พอเข้าไปก็รู้สึกไม่ค่อยคุ้มกับ 3 ชม. ที่ยืนตากลมเท่าไหร่ (ฝนตกด้วย) ข้างในจะเป็นประมาณว่า ให้คนที่เข้าชมไปสู้กับปีศาจ เดินเข้าไปห้องต่างๆ จนถึงห้องใหญ่สุดที่มีปีศาจกับหม้อยา แล้วตรงผนังมีดาบอยู่ คนที่พาเข้าไปก็ดึงดาบนั้นมาให้เด็กผู้หญิงคนนึง แล้วก็จับมือเด็กคนนั้นให้ชี้ดาบไปทางปีศาจ พอชี้แล้วมันก็มีไฟคล้ายๆ ฟ้าผ่า คนอื่นๆ ก็ปรบมือให้เด็กคนนั้นกันใหญ่ (ที่ช่วยกู้โลกไว้ได้ 555) แต่กลายเป็น น้องเขาทำหน้างงๆ แบบ อะไรวะเนี่ย มันทำอะไรกัน
_________________________________________________
เมื่อวานผมไปหาหมอฟันมา ไปขูดหินปูน (หมอเรียกว่าอะไรไม่รู้ แต่บอกว่ามันไม่หนักขนาดเป็นหินปูนอ่ะ) แล้วก็อุดฟัน เพิ่งรู้ว่าที่อุดฟันทำจากพอลิเมอร์ ไม่เจ็บอย่างที่คิดแฮะ ขนาดตอนกรอฟันยังไม่เจ็บเลย เสียวๆ นิดหน่อย แต่ก็ดี พอออกมารู้สึกปากสะอาดขึ้น
อาทิตย์หน้าผมต้องไปเคลือบร่องฟัน (หมอแนะนำให้ทำ ก็เลยทำ) เพราะร่องฟันลึก จะทำความสะอาดยาก พอเดือนหน้าก็จัดฟัน ก็ดียกเว้นเรื่องใส่ลวดจัดฟัน (มันคือเหล็กดัดดีๆ นี่เอง แหวะ) ไม่อยากใส่อ่ะ น่าเกลียด เห็นพี่ผมใส่สีเขียว ยังกะผักติดฟัน (หมอบอกหมอก็เคยใส่เหมือนกัน หลายสีด้วย หูยยยยย สยอง) แต่ไม่เป็นไร ทำเพื่อสุขภาพปาก เพราะหมอบอกว่าฟันซ้อนจะทำให้เหงือกอักเสบ แล้วพอโตขึ้นแล้วฟันจะหลุดเร็ว ใครเป็นแบบนี้ก็รีบๆ ไปทำซะนะครับ
รถไฟที่ว่านี้ก็เป็นแบบที่ ที่นั่งของเราจะกำหนดไว้ในบัตรครับ ต้องไปนั่งตามหมายเลขเก้าอี้ที่เขียนไว้ในบัตร ทีนี้จะมีบางคนที่ไม่ได้นั่งติดกัน (มาจองช้าไปหน่อย ^^) ผมได้ไปนั่งถัดจากแม่ผม 2 แถว (แถวนึงมีเก้าอี้ 4 ตัวครับ แบ่งเป็น 2 ฝั่ง ตรงกลางเป็นทางเดิน) ที่นั่งข้างๆ ผมยังไม่มีใครมานั่ง
พอรถไฟใกล้ออก ก็มีลุงคนนึงมานั่งข้างๆ ผม (ที่นั่งลุงอยู่ด้านติดหน้าต่าง) ผมแน่ใจว่าลุงคนนี้เป็นสาเหตุให้ผมเป็นหวัดเช้าวันที่ไปดิสนีย์แลนด์ เพราะตอนอยู่บนรถไฟแกไอๆ จามๆ ตลอด แถมมีครั้งนึงที่แกจะหยิบอะไรสักอย่างในกระเป๋าเสื้อนอก (เสื้อนอกอยู่บนช่องเก็บของด้านบน) ตอนหยิบลงมาเสื้อมันก็ตกใส่หัวผม แกก็รีบมาหยิบไปพร้องกับโค้งๆ ขอโทษยกใหญ่ ตอนขอโทษนี่แหละที่แกเล่นจามใส่หัวผมไปหลายที (รึว่าแกตั้งใจก็ไม่รู้ ^^)
แต่ยอมรับนะว่าบรรยากาศดีจริงๆ วิวข้างนอกก็สวย พอรถวิ่งผ่านเมืองต่างๆ ก็จะเห็นบ้าน เห็นไร่ชา เห็นภูเขา ในรถก็มีให้สั่งอาหารได้ด้วย เห็นพนักงานเอาเชอร์เบทส้มมาเสิร์ฟให้ผู้หญิงฝั่งตรงข้าม หน้าตาน่ารักทั้งเชอร์เบททั้งคนสั่งเลย >"< มันหน้าตาเหมือนหวานเย็นส้ม ทำเป็นรูปคล้ายๆ มิกกี้เมาส์ (มั้ง เห็นไม่ชัดอ่ะ) แอบได้ยินพนักงานบอกว่า 600 เยน (จะแพงไปถึงไหนนนนน)
ผมนั่งรถไฟอยู่ประมาณ 2 ชม. แล้วก็ลงที่ชินจูกุเพื่อไปชอปปิ้ง เห็นตึก OIOI (แต่เขาอ่านว่า MaruiOne ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม) พอดีมีลงโฆษณาในหนังสือ KERA เลยเดินขึ้นไปดู เขาบอกให้ดูชั้น 5-8
พอขึ้นไปปรากฎว่าเป็นชั้นของ Gothic Lolita ทั้ง 4 ชั้นเลย กร๊าก~ความฝันเป็นจริงแล้ววววววว
ผมเดินอยู่ในนั้นอีกพักใหญ่ๆ ของราคา 3000 up ทั้งนั้น (ความจริง 3000 ก็ไม่มาก แต่ 3000 นี่ได้แค่ที่คาดหัวนะ) พนักงานก็น่ารักโคตรๆ พอเดินเข้าไปก็สวัสดี แล้วก็ปล่อยให้เดินดูตามสบาย (ผมไม่ชอบพวกเดินตามลูกค้าน่ะ) เลยเดินเข้ามันทุกร้านเลย (แต่ไม่ซื้อ << ตรูไม่มีเงินนนน)
ถัดจาก OIOI ก็เป็นร้านคิโนะ ใหญ่กว่าคิโนะเมืองไทยเยอะเลย มีหลายชั้นด้วย ผมเลยไปซื้อ Gothic & Lolita Bible มา 4 เล่ม (ซื้อเล่ม 20 มาด้วย ไว้เขียนเรื่องเที่ยวเสร็จจะสแกนมาให้ครับ) แค่ค่าหนังสือก็หมดไป 5000 กว่าๆ (เยนนะครับ ไม่ใช่บาท = =') แบบนี้พอถึงวันกลับจะเหลือเงินเรอะ
วัดอาซากุสะ พอดีวันที่ผมไปมันเจอพิธีแต่งงาน แล้วก็ขบวนแห่ศาลเจ้าด้วย

ภาพเบื้องหลัง (หลังจริงๆ)

เบื้องหน้า ^^"

ในวัด โคมไฟแดงๆ นั่นเป็นสัญลักษณ์ของวัดนี้ครับ มีอยู่เกือบทุกที่ในวัดเลย บางอันก็ใหญ่มาก

ซุ้มของสมาคมเพื่อสันติภาพ มีคุณป้าคนนึงมาสอนพับนก (ความจริงพับเป็น แต่ไปนั่งให้เขาสอนก็สนุกดี)

ขบวนแห่ศาลเจ้า

น้องคนนี้น่ารักมาก อยู่ในขบวนด้วย



สีทองๆ ที่แบกอยู่คือศาลเจ้าครับ คนที่แบกจะต้องเดินไปเต้นไปด้วย ต้องเปลี่ยนคนแบกทุกๆ 2-3 เมตร เพราะศาลเจ้าหนักมาก แล้วก็จะแห่ไปรอบๆ เขตแถวๆ นั้นเลย

ถึงดิสนีย์แลนด์แล้วครับ พอเข้ามาก็เห็นรถไฟมิกกี้เป็นอย่างแรกเลย
ที่นี่คิวยาวพอๆ กับยูนิเวอร์แซลเลย แต่ไม่มีบัตรพิเศษแบบที่นั่นนะครับ
วิธีที่จะได้เข้าไปเล่นเร็วๆ ก็คือเอาบัตรเราไปตอกที่ตู้ตรงหน้าเครื่องเล่น มันจะมีป้ายบอกเวลาอยู่หน้าตู้ เช่น 17.00 ก็แปลว่า ถ้าตอกบัตรตอนนี้จะได้เล่นตอน 17.00 แต่ระหว่างนั้นจะไปเล่นที่อื่นก่อนก็ได้ พอถึงเวลาก็เอา Fastpass มาแล้วก็เข้าเล่นได้เลย วิธีนี้ก็ทำได้แค่ ไม่ต้องรอต่อแถว ไม่ได้เข้าเร็วขึ้นหรอก

เรือที่เห็นจากที่นั่งกินข้าวกลางวัน (เหมือนฟาสต์ฟู้ดทั่วไป แต่มันฝรั่งทอดแบบไม่ปอกเปลือกนี่อร่อยมาก)

>>พาเหรดมิกกี้เมาส์<<

>>ช้าง รู้สึกจะชื่อ Dumbo หรืออะไรเนี่ยแหละ<<

>>Pinocchio<<

>>Peter Pan -- ชอบเรื่องนี้อ่ะ <<

>>Daisy Duck<<


บ้านผีสิง ถ่ายระหว่างรอคิว (พาเหรดก็ถ่ายตอนมันเดินผ่านหน้าบ้านเหมือนกัน)

ปราสาทดิสนีย์
_________________________________________________
เมื่อวานผมไปหาหมอฟันมา ไปขูดหินปูน (หมอเรียกว่าอะไรไม่รู้ แต่บอกว่ามันไม่หนักขนาดเป็นหินปูนอ่ะ) แล้วก็อุดฟัน เพิ่งรู้ว่าที่อุดฟันทำจากพอลิเมอร์ ไม่เจ็บอย่างที่คิดแฮะ ขนาดตอนกรอฟันยังไม่เจ็บเลย เสียวๆ นิดหน่อย แต่ก็ดี พอออกมารู้สึกปากสะอาดขึ้น
อาทิตย์หน้าผมต้องไปเคลือบร่องฟัน (หมอแนะนำให้ทำ ก็เลยทำ) เพราะร่องฟันลึก จะทำความสะอาดยาก พอเดือนหน้าก็จัดฟัน ก็ดียกเว้นเรื่องใส่ลวดจัดฟัน (มันคือเหล็กดัดดีๆ นี่เอง แหวะ) ไม่อยากใส่อ่ะ น่าเกลียด เห็นพี่ผมใส่สีเขียว ยังกะผักติดฟัน (หมอบอกหมอก็เคยใส่เหมือนกัน หลายสีด้วย หูยยยยย สยอง) แต่ไม่เป็นไร ทำเพื่อสุขภาพปาก เพราะหมอบอกว่าฟันซ้อนจะทำให้เหงือกอักเสบ แล้วพอโตขึ้นแล้วฟันจะหลุดเร็ว ใครเป็นแบบนี้ก็รีบๆ ไปทำซะนะครับ
)
อยากไปบ้างจัง น้องเขาน่ารักจริงๆ